สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ   ตั้งหนูตะลอนเป็นหน้าแรก | ติดต่อลงโฆษณา  
Bookmark and Share
ตะลอนหน้าแรก  :::  ชีพจรลงเท้า
ชมทุ่งกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม ชุ่มฉ่ำตาดโตน อัศจรรย์มอหินขาว เที่ยวชัยภูมิ มีดีกว่าที่คิด
| | | |    ส่งให้เพื่อน  

เล่นน้ำกันจนชุ่มฉ่ำ ก็ถึงเวลาที่ต้องบอกลาน้ำตกตาดโตนกันแล้ว ผมเดินทางกลับเข้าตัวเมืองเพื่อไปเที่ยวต่อกันที่ถนนคนเดิน เดี๋ยวนี้เมืองท่องเที่ยวต่างๆ ฮิตกันมากเลยกับการสร้างถนนคนเดิน ผมเองก็ได้ไปสัมผัสถนนคนเดินดังๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ปาย หรือที่เชียงใหม่ ซึ่งในแต่ละที่นั้นออกจะดูวุ่นวายเกินไปหน่อย มาลองดูถนนคนเดินแห่งเมืองชัยภูมิกันบ้าง
ถนนคนเดินเทศบาลเมืองชัยภูมิ เป็นถนนคนเดินเล็กๆ ที่มีร้านค้า, ร้านอาหาร มาขายกันมากพอสมควร สามารถใช้เวลาเดินไม่นานก็ครบรอบ เดินดูของกิน ของที่ระลึก กันได้อย่างสบายๆ ผู้คนไม่เดินเบียดกันเหมือนอย่างถนนคนเดินดังๆ ผมเดินอยู่ได้ไม่นานก็ต้องกลับไปพักผ่อน เพราะในวันพรุ่งนี้มีแผนที่จะออกจากตัวเมืองแต่เช้ามืด เพื่อไปชมทุ่งกระเจียวในสายหมอกที่ป่าหินงาม แต่แล้วแผนการณ์ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะคุณลูกสาวนอนไม่หลับ กว่าจะหลับได้ก็ตี 2 แล้วทำเอาทุกคนไม่ต้องนอนไปด้วย ก็เลยได้แผนใหม่ออกมาว่านอนตื่นสายๆ กันดีกว่า ตื่นแล้วค่อยคิดว่าจะไปเที่ยวไหนก็แล้วกัน
 
 
ฤดูฝนแห่งความชุ่มฉ่ำก็ได้มาเยือนอีกครั้ง พร้อมกับการเดินทางครั้งใหม่ของผม จังหวัดชัยภูมิ ในหน้าฝนของทุกๆ ปี คงเป็นหนึ่งในใจของใครหลายคนรวมทั้งตัวผมด้วย ซึ่งจุดหมายของทุกคนก็คงจะเป็นการได้ไปยลโฉมทุ่งดอกกระเจียวอันงดงามนั่นเอง
5 ชั่วโมงครึ่ง จากกรุงเทพฯ สู่อำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นการเดินทางที่สบายๆ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ ผมมาถึงชัยภูมิเกือบบ่าย 3 ก็ต้องหาอะไรทานเพื่อเติมพลังกันสักหน่อย ผมมุ่งหน้าไปร้านครัวไทยที่เป็นร้านเด็ดของผม ได้ข้าวแกงรสเด็ด กับก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากันคนละจาน ตอนนี้ก็พร้อมที่จะไปลุยต่อกันแล้ว วันนี้เวลาเหลือค่อนข้างน้อยก็ขอลุยแบบใกล้ๆ คลายความร้อนกันที่น้ำตกตาดโตนเห็นจะเหมาะสมที่สุดแล้ว
น้ำตกตาดโตนเป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ อยู่ภายในเขตของอุทยานแห่งชาติตาดโตน ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 21 กิโลเมตร ผมใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็เดินทางมาถึง ทันทีที่เข้ามาในเขตอุทยานฯ ก็ได้สัมผัสถึงความร่มรื่นของผืนป่า สัมผัสที่ได้นั้นสดชื่นเย็นใจจริงๆ จากจุดจอดรถต้องเดินเข้าไปยังตัวน้ำตกอีกระยะทาง 400 เมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่เดินสบายไม่เหนื่อย น้ำตกตาดโตนในยามนี้น้ำน้อยไปหน่อย แต่ก็ใสสะอาด คุณลูกสาวเห็นผู้คนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานก็อดใจไม่ไหว ขอลงไปแช่น้ำบ้าง เล่นแล้วสนุกไม่อยากขึ้นจากน้ำเลย
เช้าวันที่สอง ตื่นขึ้นมาถึงก็รีบดูเวลา พอเห็นแล้วก็ไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะไม่สายอย่างที่คิด พึ่งจะแค่ 8.30 น. เท่านั้นเอง รีบจัดการกับตัวเองแล้วหาที่เที่ยวในวันนี้ดีกว่า และแล้วก็สรุปได้ว่าเราจะไปที่ มอหินขาว ซึ่งจากข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ที่ตาดโตนเมื่อวาน รถเก๋งสามารถเข้าถึงได้ ถ้าฝนไม่ตก ผมจึงรีบออกจากเมืองมุ่งหน้าสู่มอหินขาวในทันที เพราะท้องฟ้าในเช้าวันนี้ดูปลอดโปร่งและแดดแรงดีทีเดียว
มอหินขาว อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแบ่งออกเป็นสองเส้นทาง คือ เส้นทางสายอุทยานแห่งชาติ มีที่ท่องเที่ยวเด่น เช่น จุดชมวิวภูแลนคา, หินปราสาท, หินหงษ์ฟ้า, ประตูโขลง อีกหนึ่งเส้นทางซึ่งเป็นเส้นทางที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ก็คือ เส้นทางมอหินขาว ในวันนี้ผมจะเข้าไปยังมอหินขาว ซึ่งผมอยากไปมานานแล้ว มอหินขาวอยู่ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกตาดโตน ก่อนถึงทางเข้าน้ำตกให้เลี้ยวซ้ายมีป้ายบอกทางเข้าสู่มอหินขาวชัดเจน สองข้างทางในหน้าฝนดูสบายตา ต้นไม้เขียวขจีข้างทางทำให้ชุ่มฉ่ำใจดีจริงๆ ก่อนถึงมอหินขาวประมาณ 6 กิโลเมตรจะเป็นทางดินลูกรัง ทางเรียบมากไม่ขรุขระ ผมก็สงสัยอยู่ว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่ารถเก๋งไม่ควรเข้า แต่ตอนที่กลับออกมานี่สิครับ รู้ซึ้งเลย เดี๋ยวขากลับออกมาจะเล่าให้ฟังครับ
ผมมาถึงมอหินขาวประมาณ 13.00 น. ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เมฆฝนเริ่มลอยเข้ามาใกล้มากขึ้น อากาศในตอนนี้ไม่ร้อนเลยครับ เย็นสบายน่าเดินมาก ผมแวะที่จุดแรกซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของที่นี่ นั่นคือ กลุ่มเสาหินห้าแท่ง ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าที่นี่มีอะไร มีหินอยู่ห้าแท่งนี่แหละครับ แต่เป็นห้าแท่งที่สูงใหญ่มาก แต่ละแท่งสูงประมาณ 10-12 เมตร และมีอายุประมาณ 175 ล้านปี นับเป็นสิ่งอัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา
 


 
นอกจากกลุ่มเสาหินห้าแท่งแล้ว ที่มอหินขาวยังมีสถานที่อื่นอย่าง กลุ่มหินเจดีย์และหินโขลงช้าง, ลานหินต้นไทร, สวนหินล้านปี, และจุดชมวิวผาหัวนาค ผมได้เข้าไปที่จุดชมวิวผาหัวนาคซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางสายนี้ ผมจอดรถที่ลานจอดรถและเดินเท้าเข้าไปยังจุดชมวิว ระยะทางไม่ไกลและเดินไม่ลำบาก วิวที่มองจากริมผางดงามเหนือคำบรรยาย จากริมหน้าผาสามารถมองเห็นเทือกเขาภูเขียวได้ แต่ผมมองหาอยู่ตั้งนานก็ไม่รู้ว่าตรงไหนคือเทือกเขาภูเขียว ที่นี่สามารถเดินลัดเลาะริมหน้าผาเพื่อชมวิวในมุมต่างๆ ได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะริมหน้าผามีรอยแยกลึกอยู่หลายแห่ง หากเดินไม่มองคงได้อยู่เฝ้าหน้าผาเป็นแน่
เดินเล่นชมวิวอยู่ได้สักพัก สายฝนก็เริ่มโปรยลงมา เอาแล้วไงล่ะทีนี้ พวกผมไม่รอช้ารีบวิ่งไปขึ้นรถในทันที เส้นทางจากจุดชมวิวผาหัวนาคลงมาด้านล่างเป็นทางลงเขา ข้างทางเป็นเหวลึก ดีที่ฝนตกลงมาไม่หนักมากจึงไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ขับลงมาจนถึงกลุ่มเสาหินห้าแท่งในตอนนี้รถที่จอดกันอยู่หลายคันได้หายไปหมดแล้ว เหลือแต่ลานจอดรถว่างๆ กับรถขายไอศครีมที่ยังยืนหยัดขายต่อไป ฝนยังตกลงมาไม่หยุดหนักบ้างเบาบ้าง ขับเลยมาจากกลุ่มเสาหินห้าแท่งได้เพียงนิดเดียวก็พบอาการผิดปกติในการขับรถอย่างเห็นได้ชัด ผมไม่สามารถควบคุมรถให้วิ่งไปได้อย่างที่ใจคิด จะให้วิ่งไปตรงๆ ยังไม่ค่อยได้เลย ล้อเริ่มจะลื่นไถลไปมา หักพวงมาลัยเพื่อให้รถเลี้ยวไปตามโค้งก็กลายเป็นว่าไม่เลี้ยวลื่นตรงไปซะอย่างนั้น ถนนที่เคยวิ่งง่ายในตอนเข้า กลับกลายเป็นลำบากในตอนออกซะแล้ว ยังดีที่ถนนค่อนข้างกว้างจึงพอให้มีพื้นที่ในการไถลอยู่บ้าง ถ้าเป็นถนนแคบๆ อาจจะไถลตกเขาไปแล้ว ผมลองจอดรถลงมาดูไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงคุมรถไม่ได้ ในตอนนี้แถบจะไม่เห็นล้อรถเลยครับ ดินเกาะล้อหนามากๆ ผมใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง ต้องขับออกมาแบบคลานออกมาเรื่อยๆ นี่คงจะเป็นสาเหตุที่ใครๆ บอกว่าไม่ควรเอารถเก๋งเข้ามอหินขาว ถ้าฝนไม่ตกวิ่งสบายครับ ผมเอา City เข้าสบายมาก แต่ถ้าฝนตกนี่น่ากลัวได้อีก พอออกจากทางดินลูกรังมาได้ก็โล่งใจครับ ออกมาถึงฝนตกลงมาอย่างหนักแบบที่มองไม่เห็นถนนเลย โชคดีมากเลยที่ไม่ตกลงมาตอนอยู่ทางลูกรัง ผมขับรถกลับเข้าสู่ตัวเมืองประมาณ 17.00 น. วันนี้ไม่ไหวแล้วครับ ทั้งสนุกทั้งเหนื่อย ขอพักผ่อนอยู่ในตัวเมืองก็แล้วครับ
เช้าวันที่สาม วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว จากแผนเดิมที่จะไปทุ่งดอกกระเจียวที่ป่าหินงามเมื่อวานก็ได้เลื่อนมาเป็นวันนี้แทน เพราะเที่ยวเสร็จจะได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เลย เช้านี้สบายๆ เดินชมเมืองหาข้าวทานกันก่อน ผมออกจากตัวเมืองชัยภูมิ 12.30 น. สายเกินจากที่คาดการณ์ไว้สักหน่อย เพราะคุณลูกสาวไม่ยอมไปไหนจะดูการ์ตูนให้จบซะก่อน ตอนนี้คนพร้อม น้ำมันรถก็พร้อม แล้วก็ออกเดินทางไปชมทุ่งกระเจียว ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม กันได้เลย
จากตัวเมืองมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ผมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงที่จอดรถของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม วันที่ผมไปนั้นสามารถนำรถขึ้นไปเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้เลย แต่ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์จะต้องจอดรถที่ลานจอดรถและนั่งรถของทางอุทยานฯ ขึ้นไป ผมเข้าชมทุ่งดอกกระเจียวเป็นที่แรก ทางเดินชมดอกกระเจียวจัดทำไว้เป็นอย่างดี ในการเดินชมดอกกระเจียวนั้นห้ามเดินออกนอกทางเดินเป็นอันขาด เพราะคุณจะเหยียบย่ำบนผืนดินทำให้ดอกกระเจียวไม่สามารถเกิดขึ้นมาให้ชมได้ในปีต่อๆ ไป การท่องเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียวนั้น สามารถชมได้ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่มิถุนายน ถึง สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกกระเจียวบานเต็มพื้นที่สวยงามเหมือนกับทุ่งในทรวงสวรรค์เลยทีเดียว แต่ในปีนี้ วันที่ผมไปถึงนั้น (25 กรกฎาคม 2554) ดอกกระเจียวได้เริ่มเน่าและร่วงโรยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้บอกว่าเพราะปีนี้ฝนตกหนักแถบทุกวัน ทำให้มีน้ำไปค้างอยู่ที่ตัวดอกมาก ก็เลยเน่าเร็วกว่าทุกๆ ปี
 
   
ผมเดินตามทางเดินชมทุ่งดอกกระเจียวเข้าไปด้านใน จากที่เป็นทุ่งโล่งๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นทางเดินเข้าป่าริมหน้าผา เห็นป้ายชี้บอกทางไปจุดชมวิวผาสุดแผ่นดินก็เลยเดินต่อผ่านป่าเข้าไปด้านใน จากจุดชมวิวผาสุดแผ่นดินสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างงดงาม สาเหตุที่เรียกว่าผาสุดแผ่นดินนั้น ไม่ใช่เป็นเพราะว่าไม่มีแผ่นดินให้เดินแล้ว แต่เป็นเพราะที่นี่คือจุดสิ้นสุดแผ่นดินอีสานด้านทิศตะวันตกนั่นเอง ในส่วนของผืนป่าด้านล่างนั้นเป็นแผ่นดินในภาคกลาง
ตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้ว ผมรีบออกจากผาสุดแผ่นดินเพื่อเข้าชมป่าหินงาม หรือ ลานหินงาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาด เพราะที่ลานหินงามมีหินรูปทรงแปลกตาอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หินฟีฟ่าเวิลด์คัฟ, หินแม่ไก่ยักษ์, หินจานเรด้าร์ เป็นต้น ทางเดินชมลานหินงาม เริ่มต้นจะเป็นทางเดินที่ทางอุทยานฯ จัดทำไว้ เดินง่าย แต่พอเข้าไปถึงด้านในจะเป็นลักษณะต้องปีนป่ายไปตามก้อนหินในบางจุด แต่ก็ไม่ถึงกับลำบากมาก เดินเข้าไปถึงจะเห็นหินฟีฟ่าเวิลด์คัฟอยู่ไกลๆ เป็นก้อนแรก คุณลูกสาวก็สนุกสนานกับการปีนป่ายก้อนหินต่างๆ ระหว่างทางเดินเข้าไป ผมเดินเข้าไปจนถึงจุดที่มองเห็นหินจานเรด้าร์ แล้วก็ต้องเร่งเดินกลับออกมา เพราะตั้งใจว่าจะเข้ามาไม่นาน แต่นี่ก็เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงแล้วที่เข้ามายังลานหินงาม ระหว่างทางเดินกลับก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นได้เลยถ้าทุกคนที่มาเที่ยวมีจิตสำนึกในการปกป้องธรรมชาติที่งดงามนี้ไว้ นั่นคือขยะตามรายทางที่เยอะมากๆ ซึ่งดูแล้วเป็นการตั้งใจทิ้งมากกว่า เพราะผมเห็นขวดน้ำซุกซ่อนอยู่ตามซอกหินเป็นจำนวนมาก ผมอยากให้ทุกคนที่ไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ทิ้งขยะกันให้ถูกที่ถูกทางด้วยนะครับ แค่ถือออกมาทิ้งข้างนอกมันคงไม่ลำบากเกินไปหรอกครับ คุณไม่อยากเห็นธรรมชาติที่งดงามอย่างนี้ไปนานๆ หรืออย่างไร
ผมเดินออกมาถึงที่ลานจอดรถ ตอนนี้แสงแดดก็เริ่มจางหาย เมฆฝนก็เริ่มปกคลุมไปทั่ว ผมคงต้องโบกมือลาป่าหินงาม และจังหวัดชัยภูมิแล้ว ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกสนาน ตื่นเต้น และได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ความสุขนี้ไม่มีวันลืมเลือนไปจากใจผมแน่นอน
ข้อมูลการเดินทาง
ทางรถยนต์
ระยะทางโดยประมาณ 340 กิโลเมตร ใช้เส้นทางพหลโยธิน ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอสีคิ้วเลี้ยวซ้าย ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอจตุรัส เข้าสู่อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง
รถโดยสารประจำทาง มีบริการเดินรถ กรุงเทพฯ-ชัยภูมิ ตลอดทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง ติดต่อได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 270 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ - สระบุรี - ชัยบาดาล ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 205 เส้นทางชัยบาดาล-เทพสถิต-ชัยภูมิ ก่อนถึงอำเภอเทพสถิต มีทางแยกซ้ายมือไปป่าหินงามอีก 29 กิโลเมตร จากตัวเมืองชัยภูมิ ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง หนองบัวระเหว-ซับใหญ่-เทพสถิต
รถโดยประจำทาง สามารถเดินทางโดยรถสายกรุงเทพฯ-เทพสถิต-ชัยภูมิ ลงที่แยกบ้านไร่ แล้วเหมารถรับจ้างไปยังที่ทำการอุทยานฯ ในช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบาน มีบริการรถของอุทยานฯ วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ภายในบริเวณอุทยานฯ ด้วย
การเดินทางไปมอหินขาว
จากตัวเมืองชัยภูมิ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกตาดโตน ก่อนถึงทางเข้าน้ำตกให้เลี้ยวซ้ายมีป้ายบอกทางเข้าสู่มอหินขาวชัดเจน ระยะทางก่อนถึงมอหินขาวประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง รถเก๋งสามารถเข้าได้หากฝนไม่ตก
พิกัด GPS จาก SpeedNavi
     1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน ละติจูด 15° 58' 52.50" ลองติจูด 102° 02' 09.65"
     2. มอหินขาว ละติจูด 16° 03' 50.50" ลองติจูด 101° 57' 59.25"
     3. จุดชมวิวผาหัวนาค ละติจูด 16° 03' 17.52" ลองติจูด 101° 56' 57.52"
     4. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ละติจูด 15° 37' 49.07" ลองติจูด 101° 23' 38.70"
     5. ร้านครัวไทย ละติจูด 15° 48' 43.14" ลองติจูด 102° 01' 54.92"
     6. ถนนคนเดินเทศบาลเมืองชัยภูมิ ละติจูด 15° 48' 32.09" ลองติจูด 102° 01' 28.00"
     7. ครัวแม่เตียง ละติจูด 15° 48' 22.36" ลองติจูด 102° 02' 15.59"
คลิกดูแผนที่ Google

เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

     
เรื่องโดย : หนูตะลอน | ภาพโดย : หนูตะลอน | อุปกรณ์ถ่ายภาพ :
เขียนเมื่อ : 7 สิงหาคม 2554 02:24:59 | อ่าน 13541 ครั้ง |  ส่งให้เพื่อน
ดูรูปภาพ ชมทุ่งกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม ชุ่มฉ่ำตาดโตน อัศจรรย์มอหินขาว เที่ยวชัยภูมิ มีดีกว่าที่คิด ทั้งหมด
   แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายการนี้
ความคิดเห็นทั้งหมด 3 ความเห็น |
ความคิดเห็นที่ 3 From : แมวเหมียวสีสวาท   Date : 2 พฤศจิกายน 2554 12:21:11 แจ้งลบ แจ้งลบข้อความ
ปีใหม่จะไปชัยภูมิ น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสเห็นดอกกระเจียว
ขอบคุณสำหรับข้อมูลและรูปภาพสวยๆ ค่ะ
เอาให้เพื่อนดู เพื่อนตกลงไปชัยภูมิทันทีเลยค่ะ เค้าบอกไม่เห็นดอกไม้ไม่เป็นไร ไปดูก้อนหินก็ได้
ความคิดเห็นที่ 2 From : ความฝันอันแสนหวาน   Date : 19 ตุลาคม 2554 01:59:20 แจ้งลบ แจ้งลบข้อความ
มอหินขาวน่าไปจังเลย ไว้ปีหน้าจะขอตามรอยรีวิวนี้บ้าง
ความคิดเห็นที่ 1 From : dih   IP : 180.183.xxx.xxx   Date : 29 สิงหาคม 2554 09:16:29 แจ้งลบ แจ้งลบข้อความ
.....น่าเที่ยวมาก...ขอบคุณที่พาเที่ยวครับ.
ชื่อ :
อีเมล :
ข้อความ :
รูปภาพประกอบ : ** สามารถโพสรูปภาพได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
พิมพ์ตัวอักษรในรูปภาพ :
   
ตะลอนเหนือ ตะลุย 5 ดอย กับสาวน้อยลั้ลลา (ภาคจบ เชียงใหม่)
อ่านเรื่องนี้    








ตะลอนหน้าแรก ชีพจรลงเท้า เอนกายพักผ่อน ชิมตามใจปาก อร่อยด้วยมือเรา ตะลอนมาคุย แบ่งปันความสุข
ติดต่อลงโฆษณา : 08-1336-0902  Contact Webmaster : Webmaster@NooTalon.com
 Copyright © 2007-2018 NooTalon.com. All rights reserved.
 ขอสงวนสิทธิ์รูปภาพและข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในเว็บไซต์ หากบุคคลใดต้องการคัดลอกและนำไปเผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจาก Webmaster ทุกครั้ง
Bookmark and Share