สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ   ตั้งหนูตะลอนเป็นหน้าแรก | ติดต่อลงโฆษณา  
Bookmark and Share
ตะลอนหน้าแรก  :::  ชีพจรลงเท้า
ตะลอนไป ตะลอนปาย
| | | |    ส่งให้เพื่อน  

ใครๆ เขาก็เคยไป ปาย กันหมดแล้ว คงจะมีแต่ผมนี่แหละมั้งที่เชยอยู่คนเดียว หลังจากที่เฝ้ารอมาหลายปี ปีนี้ก็เจอโอกาสเหมาะที่จะได้ไปเหยียบ อ.ปาย เสียที คุณลูกสาวดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะครั้งนี้จะได้ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก พอได้ยินว่าจะขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวเท่านั้น คุณลูกสาวรีบจัดแจงบอกจะรีบไปเก็บเสื้อผ้า “หนูจะไปขึ้นเครื่องบิน” แต่แล้วความฝันของหนูน้อย ก็ต้องจบลงด้วยคำพูดของผู้เป็นพ่ออย่างผม “เรายังไปขึ้นเครื่องบินไม่ได้ลูก พ่อจ่ายค่าเครื่องบินน้อย เครื่องบินเลยยังสร้างไม่เสร็จ รออีกแค่ครึ่งปีเท่านั้นเอง” หลังจากนั้นทุกครั้งที่คุณเธอเห็นเครื่องบินบนท้องฟ้า ก็จะถามอยู่ตลอดว่า “เมื่อไหร่เราจะได้ไปขึ้นเครื่องบิน”

จุดพักครึ่งทางเชียงใหม่-ปาย โอเคมาร์ท, จุดชมวิวรักจัง

จุดชมวิวรักจัง  
และแล้วก็ถึงวันที่เราจะได้ขึ้นเครื่องบินไปปายซะที จุดเริ่มต้นการตะลอนในครั้งนี้ก็เริ่มกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิเช่นเคย ก่อนขึ้นเครื่องบินผมยังเป็นกังวลอยู่ว่าคุณลูกสาวเธอจะกลัวไหม แต่ปรากฏว่าเธอไม่กลัวเลยครับ ถึงจะมีปวดหูบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ร้องไห้ ประมาณ 12.00 น. เครื่องก็ลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่
หลังจากรับรถ และจัดเตรียมเสบียงเพื่อฝ่าฝันขุนเขาเป็นที่เรียบร้อย ผมก็มุ่งหน้าสู่ อ.ปาย ในทันที หลังจากที่ผ่าน อ.แม่ริม แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางสายแม่มาลัย-ปาย เส้นทางก็เริ่มเปลี่ยนจากทางราบ เป็นถนนคดโค้งขึ้นเขา ผมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงโอเคมาร์ทที่ว่ากันว่าเป็นจุดพักครึ่งทางเชียงใหม่-ปาย หลังจากจอดพักรถ พักคน เข้าห้องน้ำ ดื่มกาแฟ กันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อ ผมบอกกับทุกคนว่าจะไม่แวะแล้วมุ่งสู่ปายเลย นี่ยังแค่ครึ่งทางเท่านั้นเอง หนทางยังอีกยาวไกล แต่พอขับมาได้ไม่นาน สายตาก็เหลือบไปเห็นป้าย จุดชมวิวรักจัง เห็นแล้วจะพลาดได้อย่างไรจอดแวะเสียเลย กลายเป็นว่าผมกลับเป็นคนแวะเสียเอง
จุดชมวิวรักจัง มีลักษณะเป็นลานกว้างสามารถมองลงไปเห็นขุนเขาสลับซับซ้อน รอบๆ บริเวณจะมีดอกบัวตองอยู่พอสมควร ถึงแม้ว่าจะไม่มากเท่าทุ่งบัวตองที่ดอยแม่อูคอ แต่ก็ดูแก้ขัดได้อยู่ ปล่อยให้คุณลูกสาววิ่งเล่น ถ่ายรูปได้สักพักก็ต้องออกเดินทางกันต่อ จากนี้ไม่มีการแวะแล้วครับเพราะเย็นมากแล้วจริงๆ
ผมใช้เวลาจากจุดชมวิวรักจังประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็เดินทางมาถึง อ.ปาย ถนนในช่วงก่อนถึงอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังจนถึงก่อนเข้า อ.ปาย เส้นทางจะคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขาสูงชันพอสมควร นับว่าเป็นจุดที่โหดที่สุดในเส้นทางนี้ แต่สำหรับผมธรรมดาครับ เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่ขับรถสนุกที่สุดอีกเส้นทางหนึ่ง แต่คนที่นั่งอยู่ในรถนี่สิครับ มึนกันไปเลย
มาถึง อ.ปาย ผมมุ่งหน้าเข้าที่พักในทันที ผมเลือก มอนทิส รีสอร์ท ซึ่งเป็นรีสอร์ทสุดหรูแห่งใหม่ของปายในวันนี้ เหนื่อยกันมาทั้งวันก็ขอพักผ่อนอยู่ในที่พักกันก่อน คุณลูกสาวก็เช่นเคยมุ่งตรงไปที่สระว่ายน้ำทันที
หลังจากที่พักผ่อน ทานอาหารกันที่รีสอร์ทเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาท่องราตรีกันแล้วครับ รถของรีสอร์ทมาส่งที่ถนนคนเดิน ใครที่เคยมาปายคงจะไม่มีใครที่พลาดถนนคนเดินนี้ ผมมาถึงถนนคนเดิน 3 ทุ่ม ก็เรียกได้ว่าดึกพอสมควร แต่ก็ยังมีคนเดินกันมากอยู่ แถบไม่เชื่อสายตาว่านี่คือถนนคนเดินในช่วงวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดเทศกาล “ทำไมคนถึงได้เยอะขนาดนี้” เดินกันไปเรื่อยๆ แบบสบายๆ มีร้านค้าต่างๆ มากมาย ทั้งของที่ระลึก, ของกิน แต่สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาผมมากก็คือมีสิ่งแปลกๆ อยู่บนถนนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์, หุ่นฟาง, ป้ายเท่ห์ๆ กลางถนน ที่ทุกคนเห็นแล้วต้องอมยิ้มเข้าไปถ่ายรูปด้วย ผมเองก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปกับป้ายเท่ห์ๆ เหมือนกัน การเดินถนนคนเดินปายของผมในครั้งแรกนี้ ทำให้ผมหลงเสน่ห์ที่นี่เข้าให้แล้ว เมื่อเทียบกับถนนคนเดินที่เชียงใหม่แล้ว ถึงแม้ว่าที่ปายจะดูเหมือนเล็กกว่า แต่ในความรู้สึกของผม ที่ปายน่าเดินกว่ามาก
ถนนคนเดินปาย
เดินกันจนดึกมากแล้ว ร้านต่างๆ ก็เริ่มปิดกันแล้ว กลับที่พักดีกว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่เรียกรถของรีสอร์ทมารับเพราะเห็นว่ามันดึกแล้ว ก็เกรงใจ แต่เดินหารถรับจ้างจนทั่วก็ยังหาไม่เจอ ก็เลยต้องโทรเรียกให้รีสอร์ทส่งรถมารับ ใครที่มาถนนคนเดิน หากไม่ได้เช่ารถขี่มาเอง ก็ต้องคุยกับที่พักดีๆ นะครับ ว่ามีรถมารับหรือไม่ เพราะที่พักบางที่ก็ค่อนข้างไกลจากถนนคนเดินมาก การที่จะหารถรับจ้างให้ไปส่งคงจะหาไม่ได้ ถ้าไม่นัดเวลากับรถรับส่งให้ดีๆ อาจจะไม่ได้กลับไปนอนสบายๆ ครับ คืนนี้คงต้องรีบกลับไปนอนแล้ว พรุ่งนี้เช้าผมมีนัดกับพระอาทิตย์เอาไว้  
ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
5.30 น. ผมออกจากที่พักเพื่อมุ่งหน้าไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เส้นทางมืดมาก ไม่มีรถวิ่งอยู่บนถนนเลย ถนนคดโค้งขึ้นเขาในตอนกลางวันเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับผม แต่ในยามนี้ขอบอกได้เลยครับว่าเกร็งมากๆ ทั้งอากาศที่หนาวเย็นจากนอกรถ ถนนที่มืดมากจนแถบไม่เห็นโค้ง บางช่วงขับๆ อยู่มองหาถนนไม่เจอซะงั้น ก็ต้องอาศัยคลำทางกันไป จากการสอบถามกับทางรีสอร์ทก็ได้ข้อมูลมาว่า ขับรถประมาณ 30 นาทีก็ถึงห้วยน้ำดัง แต่ผมต้องใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทำให้ไปถึงห้วยน้ำดังช้ากว่าที่คิดไว้ พอไปถึงก็ต้องตะลึงกับรถที่จอดเต็มไปหมด ผมเกือบจะไม่มีที่จอดซะแล้ว
ดอกซากุระเมืองไทยที่ห้วยน้ำดัง  
ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจยิ่งนัก ผมไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มาหลายปีแล้ว ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ได้เห็นทะเลหมอก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ต้องเก็บไว้ในใจ แสงแดดเริ่มส่องแสงเจิดจ้า ผู้คนรอบกายก็เห็นชัดมากขึ้น นี่ขนาดผมตั้งใจมาเที่ยววันธรรมดาเพื่อหนีผู้คนแล้วนะ ผู้คนก็ยังแน่นขนัดไปหมด ถ้าเป็นช่วงปีใหม่นี่ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะไปยืนตรงไหน ปล่อยให้คุณลูกสาววิ่งเล่นได้พักหนึ่ง ก็ได้เวลาที่ต้องลาห้วยน้ำดังกันแล้ว
 
สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย

ขับลงเขาเข้าเมืองมา ตอนนี้ขับง่ายแล้วครับ เห็นทางชัดแจ๋ว ก่อนเข้าถึงเมืองเห็นมีรถจอดอยู่ริมถนนมากมาย สงสัยว่าจอดแวะดูอะไรกัน ก็เลยถึงบางอ้อ สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย นี่เอง ยังพอมีเวลาอีกเล็กน้อยก่อนที่จะกลับไปกินอาหารเช้าที่รีสอร์ท ก็เลยแวะเดินสักหน่อย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะ 9 โมงแล้ว แต่ก็ยังมีหมอกจางๆ ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ กิจกรรมยอดฮิตของทุกคนที่มาเที่ยวที่นี่เห็นจะไม่พ้นการถ่ายรูปครับ มองไปทางไหนก็เห็นมีแต่คนตั้งท่าสวยๆ งามๆ ถ่ายรูปกันเต็มสะพาน ผมเองก็ถ่ายเยอะไม่แพ้คนอื่นเหมือนกันครับ
เดินชมหมอก ถ่ายรูปได้สักพักก็ต้องรีบกลับรีสอร์ทแล้วครับ ที่รีบไม่ใช่อะไรหรอกครับ กลัวว่าจะไม่ทันทานอาหารเช้าครับ กลับถึงรีสอร์ท 9.30 น. พอทานอาหารเช้าเสร็จ คุณลูกสาวไม่ยอมออกไปไหนจะเล่นสระว่ายน้ำอย่างเดียว ก็เลยต้องปล่อยให้ไปเล่นจนพอใจก่อนเดี๋ยวช่วงบ่ายค่อยออกไปเที่ยวรอบเมืองปายกัน
ช่วงบ่ายผมออกจากรีสอร์ท มุ่งหน้าไปที่น้ำตกหมอแปงเป็นที่แรก ถนนขึ้นน้ำตกค่อนข้างแคบ รถเก๋งจะลำบากสักหน่อยเมื่อเทียบกับจักรยานยนต์ แต่ก็สามารถไปถึงตัวน้ำตกได้ครับ ผมปล่อยให้คุณลูกสาวเล่นน้ำ และดูคนเล่นสไลเดอร์ลงมาจากตัวน้ำตกเป็นที่พอใจ ก็ออกจากน้ำตกกลับออกมาแวะที่หมู่บ้านสันติชล ซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนยูนนาน ย้ายถื่นฐานจากจีนแผ่นดินใหญ่ จุดเด่นของที่นี่นอกจากการมาจิบชา ชมบ้านดินแล้ว เห็นจะพลาดไม่ได้กับเมนูเด็ดขาหมู-หมั่วโถว และการโล้ชิงช้า ซึ่งผมพลาดทั้งสองอย่างเลยครับ
ผมเดินทางกลับถึงที่พักเพื่อให้คุณลูกสาวได้พักผ่อน แต่ผมยังไม่หยุดพักอยู่เพียงเท่านี้ครับ ออกไปเดินถนนคนเดินกันต่อครับ ในที่สุดผมก็เจอร้าน All About Coffee แล้วครับ เมื่อคืนก็เดินผ่านแต่ทำไมถึงหาไม่เจอ พอเข้าไปในร้านก็เลยทราบว่าร้านนี้เปิดเฉพาะกลางวัน พอได้ที่นั่งอย่างแรกที่ผมสั่งก็คือ บีนอฟฟี่ ที่เป็นขนมชื่อดังของทางร้านก่อน ตามมาติดๆ ด้วย ฟัดจ์บราวนี่ คาปูชิโน่ร้อน และกาแฟเย็น อากาศเย็นๆ แบบนี้ นั่งกินขนมอร่อยๆ ดูผู้คนเดินผ่านไปมา สบายใจยิ่งนัก
วันนี้ต้องออกเดินทางกลับเชียงใหม่กันแล้ว ผมเดินทางออกจาก อ.ปาย เกือบเที่ยง มุ่งหน้ากลับสู่เชียงใหม่เพื่อรอขึ้นเครื่องบินกลับในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะออกจาก อ.ปาย ผมไม่ลืมที่จะแวะร้านกาแฟชื่อดังอีกแห่งของเมืองปายอย่างร้าน Coffee in Love ถึงแม้ว่ากาแฟรสชาติจะธรรมดาและแพงเกินไปสักหน่อย แต่เมื่อได้วิวสวยๆ ก็ช่วยให้ดูดีขึ้นได้
 
  น้ำตกหมอแปง

หมู่บ้านสันติชล

ร้าน All About Coffee

ร้าน Coffee in Love

 

ก่อนถึงเชียงใหม่ ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ ผมจึงแวะเข้าไปที่น้ำพุร้อนโป่งเดือด หรือ โป่งเดือดป่าแป๋ จากถนนใหญ่ขับรถเข้าไประยะทางไกลพอสมควร พอไปถึงที่จอดรถมีรถจอดอยู่เพียงไม่กี่คันเท่านั้นเอง เดินตามทางเดินที่จัดไว้ให้เดินกันได้อย่างสะดวกสบาย เข้าไปถึงก็จะเจอบ่อน้ำร้อนเล็กสำหรับไว้ต้มไข่ มีคุณลงใจดีขายไข่และช่วยต้มไข่อยู่ตรงนี้ มาทริปนี้กินไข่มาก็มากแล้ว ตั้งใจว่าจะไม่ต้มแล้ว แต่คุณลูกสาวนี่สิ อยากเห็นว่าเค้าต้มไข่ยังไง ก็เลยต้องฝืนกินไข่ต้มต่อ เดินกันต่อไปอีกไม่นานก็จะพบกับน้ำพุร้อนที่เดือดปุดๆ พ่นควันไปทั่วบริเวณ เป็นสิ่งมหัศจรรย์จากใต้พื้นพิภพเลยทีเดียว
น้ำพุร้อนโป่งเดือด หรือ โป่งเดือดป่าแป๋

มาถึงเชียงใหม่ก็เริ่มมืดแล้ว คงต้องขอพักผ่อนให้สบายสักหน่อย พรุ่งนี้ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ต้องพาคุณลูกสาวไปดูหมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่เป็นการปิดทริปซะก่อน ถึงแม้ว่าในวันนี้การเดินทางสู่อ.ปายจะสิ้นสุดลง แต่ก็ใช่ว่าจบลงเพียงเท่านี้ ปายยังคงรอให้ผมได้กลับไปชื่นชมอยู่ หากมีโอกาสผมคงต้องกลับไปเยื่ยมเยือนปายอีกแน่นอน
 ข้อมูลการเดินทาง
 การเดินทางไปอ.ปาย มี 3 วิธี
1. รถส่วนตัว จากเชียงใหม่ ใช้เส้นทาง เชียงใหม่ – แม่มาลัย เลี้ยวซ้าย ใช้เส้นทาง 1095 มุ่งสู่อ.ปาย เส้นทางช่วงนี้เป็นทางขึ้นเขาและคดโค้งมาก ระยะทางจากเชียงใหม่ถึงปาย ประมาณ 130 กิโลเมตร
2. รถโดยสารประจำทาง มีทั้งรถบัส และรถตู้ สามารถขึ้นได้ที่สถานีขนส่งอาเขต จ.เชียงใหม่ มีรถออกเกือบทุกชั่วโมง
3. เครื่องบิน มีเที่ยวบินจากเชียงใหม่ไปปายทุกวัน (ควรเช็คตารางการบินก่อนการเดินทาง)
พิกัด GPS จาก SpeedNavi
   1. จุดชมวิวรักจัง ละติจูด 19° 15' 04.84" ลองติจูด 098° 38' 17.74"
   2. น้ำตกหมอแปง ละติจูด 19° 22' 44.24" ลองติจูด 098° 22' 32.13"
   3. น้ำพุร้อนโป่งเดือด ละติจูด 19° 14' 34.36" ลองติจูด 098° 40' 59.24"
   4. สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ละติจูด 19° 17' 51.07" ลองติจูด 098° 27' 53.68"
   5. หมู่บ้านสันติชล ละติจูด 19° 22' 16.04" ลองติจูด 098° 24' 11.11"
   6. คอฟฟี่อินเลิฟ ละติจูด 19° 20' 31.57" ลองติจูด 098° 25' 59.52"
   7. มอนทิส รีสอร์ท ละติจูด 19° 22' 00.41" ลองติจูด 98° 25' 36.42"
เรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง
   - มอนทิส @ ปาย ความหรูหรากลางสายหมอกและขุนเขา 
   - พักผ่อนหนีความวุ่นวายที่ เดอะ แกรนด์ ณภัทร เชียงใหม่
   - ชาร์โคล ชิลล์ ชิลล์ ในเมืองเชียงใหม่

เรื่องโดย : หนูตะลอน | ภาพโดย : หนูตะลอน | อุปกรณ์ถ่ายภาพ :
เขียนเมื่อ : 24 ธันวาคม 2553 02:37:47 | อ่าน 7350 ครั้ง |  ส่งให้เพื่อน
ดูรูปภาพ ตะลอนไป ตะลอนปาย ทั้งหมด
   แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายการนี้
ความคิดเห็นทั้งหมด 2 ความเห็น |
ความคิดเห็นที่ 2 From : แมวเหมียวสีสวาท   Date : 21 พฤศจิกายน 2554 00:48:10 แจ้งลบ แจ้งลบข้อความ
นางแบบตัวน้อยน่ารักจัง
ขอบคุณที่เอามาให้ดูค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1 From : ความฝันอันแสนหวาน   Date : 13 พฤศจิกายน 2554 00:07:56 แจ้งลบ แจ้งลบข้อความ
เห็นแล้วคิดถึงปายจัง
ชื่อ :
อีเมล :
ข้อความ :
รูปภาพประกอบ : ** สามารถโพสรูปภาพได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
พิมพ์ตัวอักษรในรูปภาพ :
   
ร้านอัลปาก้า ราชบุรี อิ่มอร่อยไปพร้อมกับความน่ารัก
อ่านเรื่องนี้    








ตะลอนหน้าแรก ชีพจรลงเท้า เอนกายพักผ่อน ชิมตามใจปาก อร่อยด้วยมือเรา ตะลอนมาคุย แบ่งปันความสุข
ติดต่อลงโฆษณา : 08-1336-0902  Contact Webmaster : Webmaster@NooTalon.com
 Copyright © 2007-2018 NooTalon.com. All rights reserved.
 ขอสงวนสิทธิ์รูปภาพและข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ในเว็บไซต์ หากบุคคลใดต้องการคัดลอกและนำไปเผยแพร่ ต้องได้รับอนุญาตจาก Webmaster ทุกครั้ง
Bookmark and Share